อันยอง~ .. รู้สึกแปลกๆ แหะ ที่มาเปิดเอนทรี่ใหม่ด้วยรูปลิง คิคิคิ~ (ทุกทีแปะรูปวาย 55)
ที่จริงจะตั้งเอนทรี่เรื่องนี้นานแล้ว แต่ก็ขี้เกียจ #โดนตบ 55555555
 
ขอเท้าความนิดนึง...ช่วงก่อนที่เราจะคิดตั้งเอนทรี่นี้คือช่วงเรียนซัมเมอร์
เราได้เรียนวิชาหนึ่งคือเรื่อง 'มนุษย์และสิ่งแวดล้อม'
ระหว่างที่เรียนครูก็สอนว่ามนุษย์ก่อนจะพัฒนามาจนถึงปัจจุบันมีเผ่าพันธุ์นี้ๆ นะ
ลิงที่มีหางเป็นลิงโลกเก่านะ ลิงที่มีหางเป็นลิงโลกใหม่นะ
ไอ้เราก็นั่งฟังเราก็คิดอยู่ในใจ 'โหยย.. ลิงไม่มีหางมีด้วยหรอวะ? 555'
 
(พอดีว่านิสัยส่วนตัวของเราอะ ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ชอบก็ไม่คิดจะสนใจอะไรเลย
ขนาดเกิดและโตอยู่เชียงใหม่ ยังเคยรู้ถนนหนทางเลย #หลงทางประจำ 55)
 
เราก็เกิดอาการเริ่มสนใจไอ้ลิงพวกนี้ทันที พอกลับบ้านมาเราก็เข้ากูเกิลเลยจ้า 55
พอเข้ากูเกิลเราก็นั่งค้นดูรูปลิงแต่ละตัวที่ครูพูดชื่อในวันนี้ว่ามันมีหาง ไม่มีหางจริงหรอ
เราก็ได้คำตอบในหลายๆ เรื่องว่าลิงชิมแปนซี อุรังอุตัง กอลิร่า ชะนี หน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักตัว
อยากจะตบหน้าตัวเองรัวๆ ที่เมื่อก่อนดันไปสร้างภาพในใจว่ามันหน้าตาเหมือนกันหมด
เพราะเห็นว่ามันขึ้นชื่อว่าลิง 5555555555555555555555555555555555
ระหว่างที่กำลังตบตีกับตัวเองอยู่ในความคิด สายตาเราก็ดันไปเห็นเว็บหนึ่ง
 
 
 
 
ตอนแรกที่เห็นเราก็อดสงสัยแหละมันเกี่ยวไรกับลิงที่เราค้นหาอยู่
อีกอย่างชื่อบล็อกมันดูเหมือนจะเป็นโฆษณางานได้เงินเร็วอะไรประมาณนี้มากกว่า
เราเกือบจะไม่สนใจเพราะดูธรรมดาจนเกินไป แต่ต้องขอบคุณความสอดรู้สอดเห็นของตัวเอง
สุดท้ายเราก็กดเข้าไปดูจนได้ พอเรากดเข้าไปตอนแรกเราก็มึนๆ งงๆ
เพราะในบล็อกมันถูกแปะด้วยรูปสัตว์มากมายที่อยู่ในกรงและมีแววตาเศร้าสุดๆ
เราก็เลยลองอ่านข้อความที่เขาพยายามสื่อตั้งแต่ต้น ประโยคแรกที่เขาเขียนคือ
 
 
 
'หลายปีก่อน เพื่อนโยนงานมาให้ทำงานหนึ่ง 

เธอบอกว่า ช่วยพาฝรั่งสองคนจากอังกฤษ ไปชมสัตว์ที่โน่นที่นี่หน่อย '

 
 
แรกๆ ที่เราอ่านเราก็แค่คิดว่าก็แค่ไกด์นำเที่ยวนี้หว่า เราจึงเกือบกดออก
แต่ก็เพราะความสอดรู้สอดเห็นอีกทีทำให้เราเลื่อนลงมาอ่านต่อ
เขาก็บรรยายเรื่องที่พาฝรั่งสองคนไปดูสวนสัตว์ แต่คำที่เขาใช้บรรยาย
มันทำให้คนอ่านอย่างเรารู้สึกสับสนและงงโคตรๆ กับประโยคนี้
 
 
 
'ผมพาเธอไปที่ดูสวนสัตว์ที่ 1
เริ่มดู สิ่งที่เธอดู เริ่มมอง สิ่งที่เธอมอง และผมก็เริ่มสงสัย กับสิ่งที่ตัวเองเห็น'
 
 
 
เราเริ่มสงสัยตั้งแต่ประโยคนี้เป็นต้นมา เราจึงอ่านเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง
อ่านแล้วคิดตามไปหลายตลบ จนเราเจอประโยคที่น่าสงสัยเพิ่มมาอีก
 
 
 
'ไม่มีอะไรติดค้าง ไม่มีสงสัย มีแต่คำถาม และคำถาม กับสิ่งที่เห็น 

สวนสัตว์ที่ 4 ต่างจังหวัด ผมสะอิดสะเอียน และละอายกับความประหลาดใจที่ไม่สิ้นสุด'

 
 
 

'วันนี้หัวข้อใหญ่ๆ ง่ายๆ ก็ยังถูกละเลยและพรุ่งนี้ รายละเอียดจึงไม่มีทางได้รับการดูแล'

สัตว์นำเข้าจากต่างถิ่น เดินทางสวนเข้า-ออก สลับกับสัตว์ท้องถิ่น 

บ่อน้ำสีโสโครก ที่ผมเองยังต้องอุดจมูก เมื่อได้กลิ่น มันเป็นน้ำดื่มกิน และว่ายเวียนของสัตว์ที่เห็น 

สัตว์วิ่งพล่านอยู่ในกรงอย่างบ้าคลั่ง เอาหัวโขกผนัง บ้างร้องโหยหวน เพื่อคลายความเจ็บปวด จากภายใน'

'ปีสองปีนี้ ผมมีงาน อยากโยนให้คุณๆไปทำกัน เพียงพาคนๆหนึ่ง ไปดูสัตว์ที่โน่น ที่นี่หน่อย 

คนๆนั้น ก็คือคุณ! อยากถามก็ถาม อยากตอบก็ตอบ ก็ถามก็ตอบ ตัวเองนั่นแหละครับ !'

 
 
เมื่อเราอ่านจนถึงข้อความสุดท้ายและเป็นข้อความที่เราเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
เราจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าของเรื่องไม่ได้พาใครไปสวนสัตว์เลย แต่พาตัวเองนั้นแหละไป
พาตัวเองไปมองโลกอีกโลกหนึ่งที่ไม่ได้สื่อสารเป็นภาษามนุษย์
แต่สื่อสารด้วยการกระทำความสัตว์ที่ยากที่มนุษย์อย่างเราๆ จะเข้าใจได้
เจ้าของเรื่องพาตัวเองเดินไปดูสัตว์ต่างๆ และตั้งคำถามกับตัวเอง
และตอบคำถามกับตัวเองไปมาราวกับพยายามเข้าใจการกระทำของสัตว์เหล่านั้น
สุดท้ายดูเหมือนคำตอบที่ชัดเจนสำหรับการกระทำของสัตว์นั้นก็มีเพียงคำตอบเดียว
 
 
'ทรมาน'
 
 
แน่นอน... มันต้องทรมานอยู่แล้วกับการที่ถูกขังอยู่ในทรงและถูกตีกรอบอยู่ในห้องขัง
ขนาดมนุษย์เรายังอยากมีอิสระเลย ฉันใดฉันนั้น สัตว์ก็เช่นกันพวกมันก็ต้องการอิสระ
ข้อความที่เจ้าของบอกว่า 'บ่อน้ำสีโสโครก มันเป็นน้ำดื่มกิน และว่ายเวียนของสัตว์'
มันเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากจริงๆ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนน้ำให้พวกมันได้ตลอด
เหมือนกับการเลี้ยงปลา เพราะพวกสัตว์ในสวนสัตว์แลดูจะตัวใหญ่กันทั้งนั้น #ยากที่จะเคลื่อนย้าย
และอีกข้อความหนึ่งที่เจ้าของเรื่องเขียนไว้แล้วเราสะเทือนใจมากที่สุดคือ
'สัตว์วิ่งพล่านอยู่ในกรงอย่างบ้าคลั่ง เอาหัวโขกผนัง ร้องโหยหวน'
มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด เพราะเราเคยเห็นภาพนั้นกับตา แต่ตอนนั้นเรายังเด็กนัก
เรามองภาพนั้นเรากลับหัวเราะด้วยซ้ำ เพราะท่าทางมันตลกดี
แต่ใครจะรู้ว่าการกระทำของพวกมัน คือการกระทำที่ระบายความเจ็บปวด
ที่อัดแน่นและถาโถมอยู่ในจิตใจไม่หยุดไม่หย่อน
 
หลังจากเราอ่านบล็อกนั้นจนจบและจบต้นชนปลายได้ถูก
เราก็ไม่รู้สึกว่าการไปสวนสัตว์มันสนุกอีกเลย ...
สวนสัตว์ที่ดูน่าสนุกในความคิดตอนเด็กมันกลายเป็นภาพที่โหดร้ายขึ้นทันที
 
 
หากเราลองคิดว่าเราไปอยู่ในกรงแทนสัตว์เรานั้น มันคงอึดอัด
หากเราลองคิดว่าเราได้กินน้ำโสโครกนั้นทุกวัน เราอาจจะตาย
 
 
สุดท้ายนี้เราก็ไม่ได้อยากจะบอกว่าสวนสัตว์ผิดที่เอาสัตว์มาขัง
แต่เราแค่อยากจะให้มองมุมกลับดูเฉยๆ คิคิคิ
ว่าทุกๆ อย่างบนโลกล้วนเป็นสีเทา สวนสัตว์ก็เช่นกัน
ส่วนดีของมันคือทำให้เราได้เห็นสัตว์ที่ไม่เคยเห็น
ส่วนแย่ของมันอาจจะเป็นการที่จับสัตว์มาขังก็เป็นไปได้
 
...
 
..
 
.
 
.
 
.
 
.
 
 
 
ปล. ผมมีงานอยากโยนให้คุณๆ ไปทำกัน เพียงพาคนๆ หนึ่งไปดูสัตว์ที่โน่นที่นี่หน่อย
คนๆ นั้นก็คือคุณ! อยากถามก็ถาม อยากตอบก็ตอบ ก็ถามก็ตอบ ตัวเองนั่นแหละครับ :D
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

หดหู่จัง ^^Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By อร่อยเลย on 2013-05-02 14:50

ไปสวนสัตว์ปกติก็ไปหลั่นล้า ปั่นจักรยาน ให้อาหารยีราฟ บ๊ายบายลิง กลิ้งเล่นกับแรด เอิ่มม .. ไม่ใช่ละ พออ่านบทความนี้แล้วก็ "เออ จริงว่ะ ทำไมเราไม่เคยมองในมุมนี้เลยนะ" angry smile Hot!

#2 By หมอเน็ท on 2013-05-02 08:58

โอ้ยยยย เจ็บ ;w;

#1 By mit-chan on 2013-05-02 08:48